ณ ตอนนี้ Backlink ที่ได้ผล ควรเป็นแบบไหน (06/10/67)

ตั้งแต่การอัพเดท 5 มีนาคม 67 ที่ผ่าน Google ให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงมากกว่าเว็บไซต์เล็กๆ เนื่องด้วยจากหลายสาเหตุ เช่น Google ต้องการฝึกโมเดล AI ของตัวเอง หรือการเพิ่มขึ้นของเนื้อหาที่สร้างจาก AI จำนวนมหาศาล ทำให้การคัดเลือกเว็บที่จะมาติดอันดับเป็นไปได้ยาก การเลือกเว็บที่มีอำนาจ (Authority) จึงเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่า

ดังนั้น เมื่อคุณเป็นเว็บรายย่อย เป็นเว็บเล็กๆ เป็นเว็บอิสระ ต้องเพิ่มอำนาจให้กับของโดเมนด้วยการทำ 3 สิ่งคือ สร้างแบรนด์ + ทำเนื้อหาเฉพาะทาง + Backlink คุณภาพ

ลักษณะของ Backlink ที่ทำแล้วได้ผลในตอนนี้

คำอธิบายด้านล่างนี้ ผมจะอ้างอิงเฉพาะช่วงเวลาที่ผมเขียนบทความนี้คือ วันที่ 6 ตุลาคม 67 เท่านั้น ในอนาคตลักษณะของ Backlink ที่ดี อาจจะเปลี่ยนแปลงไปก็ได้ แต่ ณ ตอนนี้ Backlink ที่ทำแล้วได้ผลดีชัดเจนการต่อการทำ SEO มีลักษณะดังนี้

1) มาจากเว็บที่มี traffic หลักหมื่นขึ้นไป ได้รับลิงก์จากหน้าที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บเรา และหน้านั้นมี Traffic และมีคนที่เข้าไปดูหน้าเว็บนั้นคลิกลิงก์ผ่านข้อความ หรือคลิกลิงก์จากรูปภาพกลับมาหาเว็บเรา เป็นลิงก์ข้อความ หรือลิงก์แบบรูปภาพที่ฝั่งอยู่ในเนื้อหาก็ได้

2) มาจากเว็บที่มี Traffic หลักหมื่นขึ้นไป แต่ได้รับลิงก์จากหน้าที่เนื้อหาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บเรา แต่เว็บนั้นมี Traffic เยอะ และมีคนคลิกโดนลิงก์ข้อความ หรือลิงก์จากรูปภาพนั้นกลับมาหาเว็บของเรา ลิงก์บนเว็บนี้อาจไม่ได้ฝั่งอยู่ในเนื้อหา แต่อาจะเป็นลิงก์ที่อยู่บน header หรือ footer หรือเป็นลิงก์จากป้ายแบนเนอร์ที่แสดงทุกหน้าบนเว็บนั้น

3) มาจากเว็บที่มี Traffic หลักหมื่นขึ้นไป แต่หน้าที่ทำ Backlink ไม่มี Traffic แต่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง มีลิงก์ของเราฝั่งอยู่ในเนื้อหา แต่เพราะหน้านั้นไม่มี Traffic เลยทำให้ไม่มีคนคลิกกลับเข้ามายังเว็บของเรา แต่จะได้พลังจากความเกี่ยวข้องของเนื้อหาแทน และยังมีอีกเงื่่อนไขก็คือ หน้านั้นต้อง index ด้วย

การได้ Backlink แบบที่ 1 คือดีที่สุด แบบที่ 2 รองลงมา แบบที่ 3 คือพลังน้อยสุด แต่ก็ดีกว่าไม่มี Backlink โจทย์คือ พวกเราก็ต้องคิดให้ออกก่อนว่าเว็บทั้ง 3 รูปแบบ จะเป็นเว็บลักษณะแบบไหน

เว็บแบบที่ 1

คือ เว็บทั่วไปเลย ที่เราเช็คแล้วว่าเว็บนี้มี Traffic หลักหมื่น แล้วเราไปพบเจอบทความของเว็บนั้นที่ติดอันดับหน้าแรก Google พอดี มีข้อมูลบางอย่างที่สัมพันธ์กับธุรกิจของเรา เมื่อเราเจอเว็บเป้าหมายแล้ว เราก็ต้องติดต่อเข้าไปตรงๆ พูดโน้มน้าว หรือเสนอบางอย่างในการขอให้เขาช่วยทำลิงก์ส่งกลับมาให้เราหน่อย ไม่ต้องคิดเยอะเลย สิ่งที่จะใช้โน้มน้าวให้คนทำอะไรให้ง่ายที่สุด คือการใช้เงินนำทาง เสนอสินน้ำใจไปเลยนั้นเอง

เว็บแบบที่ 2

คือ เว็บสื่อต่างๆ เว็บข่าว เว็บวาไรตี้ เว็บให้ความรู้ หรือเว็บความบันเทิงเฉพาะทาง ที่มี Traffic เยอะๆ เป็นเว็บที่มีแฟนคลับ มีผู้ติดตามจำนวนมาก ไม่ต้องคิดมากเลย เว็บสื่อ เว็บข่าว เขาไม่ได้ใจดี เขียนข่าว ให้เราอ่านฟรี โมเดลรายได้ของเขา คือ รับติดแบนเนอร์ เพื่อโปรโมทธุรกิจต่างๆ นั้นเอง เราก็ไปติดต่อฝ่ายลงโฆษณาของเขาเลย ถามราคาไปเลย แปะแบนเนอร์ที่ตำแหน่ง Header ตำแหน่ง Footer ตำแหน่ง sidebar จุดละกี่บาท ใช้เงินนำทางไปเลย ถ้ามีแบนเนอร์เว็บเรา ปรากฎบนเว็บเหล่านี้ ยังไงก็มีคนคลิกกลับมาหาเราแน่นอน

เว็บแบบที่ 3

คือ เว็บที่มีบริการ guest post คือ เว็บที่เปิดพื้นที่ให้นักเขียนภายนอก เข้ามาผลิตคอนเทนต์ป้อนใส่เว็บได้เรื่อยๆ ไม่จำกัดเนื้อหา อยากเขียนเนื้อหาอะไรก็เขียนไป เขาจะมีพื้นที่ให้นักเขียนได้เข้าไปเขียนเนื้อหา และที่สำคัญเว็บนั้นต้องมี Traffic หลักหมื่นขึ้นไปด้วย ถ้าเว็บนั้นไม่มี Traffic ไม่มีความหมาย ไม่ได้ช่วยอะไร การติดต่อเข้าไปเขียนเนื้อหาบนเว็บพวกนี้ เราไม่ได้ติดต่อไปที่เจ้าของเว็บนั้นๆ ตรงๆ แต่เราจะติดต่อผ่านตัวกลางที่เป็นคนกระจายงาน ส่งต่อไปให้นักเขียนประจำเว็บนั้น อีกทอดนึง โดยมากเว็บที่เป็นตัวกลาง เขาจะมีบริการให้เราเลือก 3 แบบคือ 1.รับบทความที่เราเขียน เอาขึ้นไปใส่บนเว็บนั้น 2. จ้างเข้าเขียนเนื้อหาใหม่ลงไปบนเว็บนั้นและใส่ลิงก์ส่งกลับมา 3.ขอแทรกลิงก์ส่งกลับมาเว็บเราจากหน้าเนื้อหาที่มีอยู่แล้ว และ index อยู่แล้ว บนเว็บนั้นได้เลย

เว็บแบบที่ 1 กับเว็บแบบที่ 2 พวกเราต้องไปค้นหา ไปหา contact กันเอง ส่วนเว็บแบบที่ 3 ที่เป็น Guest Posting Services สามารถเข้าไปดูวิธีการทำจากบทความนี้ได้เลย ผมเขียนแนวทางไว้แล้ว วิธีซื้อ Backlink

บทสรุปของเรื่องนี้ก็คือ

  • Google ในตอนนี้วัดพลัง Backlink โดยดูจากจำนวนคนที่คลิกลิงก์กลับมายังเว็บเรา ยิ่งมีคนคลิกกลับมาหาเว็บเรายิ่งเยอะยิ่งดี
  • Backlink มีบทบาทสำคัญในการจัดอันดับมากขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า Backlink ธรรมชาติแบบฟรีๆ ใช้เงินนำทางล้วนๆ
  • จะซื้อ Backlink จากที่ไหนจากใครดูให้ดีๆ เว็บนั้นต้องมี Traffic ด้วย มีแต่ค่า DR DA แต่ไม่มี Traffic ไม่มีความหมายครับ

ปล. สิ่งที่เขียนเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว เป็นการคาดเดาจากประสบการณ์ที่ผมสอนและพบเจอในแต่วันเท่านั้น ไม่ใช่คำตอบที่มาจาก Google เพราะ Google ไม่ได้เป็นไปตามสิ่งที่ควรเป็น เราต้องวิเคราะห์จากสิ่งที่ปรากฎบนหน้าผลค้นหา แล้วเอาสิ่งนั้นมาเปลี่ยนเป็นแผนการลงมือทำ มันอาจจะได้ผลในช่วงนี้เท่านั้น ถ้าอนาคต Google มีการอัพเดทหรือเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เราก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำ SEO ตามไปด้วย

ใครอ่านจนจบ แล้วยังไม่เข้าใจอีก ก็คงต้องมาเรียนนะ ผมจะได้อธิบายสิ่งเหล่านี้ให้เห็นภาพ พร้อมยกต้วอย่างให้ดู พวกเราจะได้เข้าใจง่ายขึ้่นครับ